การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาท

Epidural steroid injection

การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาท

หัตถการลดการอักเสบของรากประสาท
สำหรับอาการปวดหลังหรือปวดคอที่ร้าวลงแขนหรือขา

หัตถการนี้คืออะไร

การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาท คือการฉีดยาลดการอักเสบ (สเตียรอยด์)
ร่วมกับยาชาเฉพาะที่ เข้าไปในโพรงเอพิดูรัล (epidural space)
ซึ่งเป็นช่องว่างรอบเยื่อหุ้มไขสันหลังและรากประสาท
ยาจะออกฤทธิ์ลดการอักเสบและบวมของรากประสาทที่ถูกกดทับหรือระคายเคือง
ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการปวดร้าว

หัตถการทำภายใต้เครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคป (fluoroscopy)
เพื่อยืนยันตำแหน่งเข็มให้แม่นยำ ใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที
และโดยทั่วไปไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างร้าวลงขา หรือปวดคอร้าวลงแขน
    จากหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาท
  • ผู้ที่มีโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (spinal stenosis)
    ที่มีอาการปวดร้าวหรือชาตามแนวเส้นประสาท
  • ผู้ที่รักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดมาระยะหนึ่งแล้ว
    แต่อาการยังรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ผู้ที่ต้องการลดปวดเพื่อให้สามารถทำกายภาพบำบัดได้อย่างเต็มที่

ขั้นตอนโดยสังเขป

  1. เจ้าหน้าที่วัดสัญญาณชีพ และเปิดเส้นน้ำเกลือในบางราย
  2. จัดท่านอนคว่ำหรือท่าที่เหมาะสมบนเตียงเอกซเรย์
    ทำความสะอาดผิวหนังด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. แพทย์ฉีดยาชาที่ผิวหนัง แล้วนำเข็มเข้าสู่โพรงเอพิดูรัล
    ภายใต้ภาพเอกซเรย์ พร้อมฉีดสารทึบรังสีปริมาณเล็กน้อยเพื่อยืนยันตำแหน่ง
  4. ฉีดยาสเตียรอยด์ร่วมกับยาชา แล้วถอนเข็มและปิดแผลด้วยพลาสเตอร์ขนาดเล็ก
  5. สังเกตอาการที่ห้องพักฟื้นประมาณ 30–60 นาที ก่อนกลับบ้าน

การเตรียมตัวก่อนหัตถการ

  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้ประจำทุกชนิด โดยเฉพาะ
    ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
    ซึ่งอาจต้องหยุดยาก่อนตามคำแนะนำของแพทย์
  • แจ้งประวัติแพ้ยา แพ้สารทึบรังสี โรคประจำตัว
    และการตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์
  • หากมีไข้ หรือมีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเลื่อนนัด
  • ควรมีญาติมาด้วย และงดขับรถกลับเองในวันทำหัตถการ
  • รับประทานอาหารได้ตามปกติ เว้นแต่แพทย์แนะนำเป็นอย่างอื่น

หลังหัตถการ

  • อาจรู้สึกชาหรือหนักขาชั่วคราวจากฤทธิ์ยาชา ซึ่งจะหายภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • อาการปวดตรงตำแหน่งฉีดพบได้บ้าง ประคบเย็นและพักผ่อนใน 24 ชั่วโมงแรก
  • ฤทธิ์ลดปวดของสเตียรอยด์มักเริ่มเห็นผลภายใน 2–7 วัน
    และอยู่ได้หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แตกต่างกันในแต่ละราย
  • ผู้ป่วยเบาหวานอาจมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นชั่วคราว 1–3 วัน
    ควรติดตามระดับน้ำตาลใกล้ชิดขึ้นในช่วงนี้

ความเสี่ยงที่ควรทราบ

หัตถการนี้มีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์เฉพาะทางภายใต้เครื่องมือนำวิถี
ผลข้างเคียงที่พบได้ เช่น ปวดบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ หน้าแดงชั่วคราว
ส่วนภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การติดเชื้อ เลือดออกในโพรงประสาท
หรือการบาดเจ็บของเส้นประสาท พบได้น้อยมาก
แพทย์จะประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคลและอธิบายให้ทราบก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

ควรติดต่อโรงพยาบาลทันที หากหลังหัตถการมีไข้สูง
ปวดศีรษะรุนแรง อ่อนแรงของขาหรือแขนมากขึ้น ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้
หรือมีอาการบวมแดงร้อนบริเวณที่ฉีด — โทร 0-2206-2900 ต่อ 10457

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัตถการนี้

ทีมแพทย์ของเรายินดีประเมินและให้คำแนะนำที่เหมาะกับอาการของท่าน

นัดหมายเข้ารับบริการ
อ่านบทความฉบับเต็ม


Scroll to Top